อาซาร์

5 เหตุผลที่ไม่ควรขายอาซาร์ออกไป

เอแดน อาซาร์   แม้ว่าเกมล่าสุดที่เตะกับผีแดง จะเจออิทธิฤทธิ์ลูกกรอกของพี่น้อย อังเดร เอร์เรร่า ประกบติดจนเล่นไม่ออก ทำให้หลายคนผิดหวังเล็กน้อย อย่างไรเสียมันก็เกม เกมหนึ่งที่คนเราก็มีวันที่ฟอร์มไม่ดีบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เชลซีต้องทำให้ได้ในซัมเมอร์นี้ก็คือ รั้งนักเตะไว้ให้อยู่ที่เชลซีให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

หาตัวแทนไม่ใช่เรื่องง่าย

เพราะอะไรถึงห้ามขาย อาซาร์ ออกไป อย่างที่เรารู้กันหากไม่นับ เมสซี่ กับ โรนัลโด้ สองเอเลี่ยนที่แปลงร่างมาเตะฟุตบอลแล้ว อาซาร์เองน่าจะอยู่ในระดับรองลงมานิดหน่อยเทียบเคียงได้กับ เนย์มาร์ , ซัวเรซ , เบล ได้เลย ทีนี้หากเชลซีเสียเค้าไป การจะมองหาตัวแทนเค้าในฤดูกาลหน้ากวาดสายตาไปแล้วไม่มีใครเลยที่ทำได้ทุกสิ่งทุกอย่างได้ใกล้เคียงกับเค้า ถ้าเกิดเสียเค้าไปบอกเลยว่าหาตัวแทนไม่ได้แน่นอน

เกมเวทียุโรปฤดูกาลหน้า

ปีนี้เชลซีแทบจะจองแชมป์ลีคไว้ล่วงหน้าได้เลย นั่นทำให้พวกเค้าต้องไปเล่น UCL ในฤดูกาลหน้าค่อนข้างแน่นอน เมื่อเชลซีจะต้องเจอเกมระดับทวีป การเตรียมตัวผู้เล่นที่มีระดับสูงไว้นับว่าเป็นเรื่องสำคัญ เกม UCL เดี๋ยวนี้ไม่ง่ายเหมือนก่อนแล้ว แต่ะละทีมมีฝีเท้าใกล้เคียงกันมากๆ หากเสียอาซาร์ไป เผลอๆจอดตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มเลยด้วยซ้ำ

เชลซีกลายเป็นลูกไล่

การถูกทีมบิ๊กของบิ๊กทีม ทุ่มฟาดหัวเอาสตาร์คนสำคัญของทีมไป เป็นเรื่องธรรมดาที่เห็นจนชินตาทุกซัมเมอร์ การทำแบบนี้เหมือนกับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย หากเชลซีไม่อยากจะเป็นเพียงแค่ “ลูกไล่” ของบรรดาบิ๊กทีมในยุโรป การแข็งข้อไม่ยอมขายสตาร์อันดับหนึ่งให้กับทีมบิ๊กๆ น่าจะเป็นเรื่องดีมากกว่า

มูลค่าทางการตลาดลด

อาซาร์ ผลงานในสนามเราคงไม่ต้องสาธยายกันให้มากความอีกแล้ว ว่าเค้าเก่งแค่ไหน ทีนี้ความเก่งของเค้า ส่งผลให้มูลค่าทางการตลาดของทีมสูงขึ้นด้วยบวกกับภาพลักษณ์ของเชลซีอีก หากเชลซีขายเค้าไปจริงๆ แม้ว่าจะได้เงินก้อนโตถึงระดับสถิติโลกก็ตาม แต่พวกเค้าก็แลกกับมูลค่าทางการตลาดที่เสียไปด้วย เผลอๆเงินที่เสียไป ไม่คุ้มกับค่าตัวที่ได้มาด้วยซ้ำ

เสียศรัทธาต่อแฟนบอล

แฟนบอลเชลซีตอนนี้เชื่อว่าคงยิ้มกริ่มแน่นอน เพราะดูแล้วทีมมีสิทธิ์เข้าป้ายคว้าแชมป์ลีค 70% ไปแล้ว ส่วนบอลถ้วยก็ 30% แต่ถ้าฤดูกาลหน้าพวกเค้าเสียสตาร์อันดับหนึ่งไป มันย่อมสร้างความเดือดดาลให้กับแฟนบอลเป็นอย่างดีเลยทีเดียว หากเสียอาซาร์ไปแล้ว ดีลคนใหม่ไม่ดีพอก็จะยิ่งแย่ไปอีก สรุปก็คือ รั้งไว้ให้ได้เป็นการดีที่สุด

สนับสนุนโดย: Ballniyom เว็บไซต์แทงบอลออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย

 

อันโตนิโอ คอนเต้เ

อันโตนิโอ  คอนเต้ กับประวัติศาสตร์ในการสร้างสิ่งที่สำคัญ

อันโตนิโอ คอนเต้เผยว่าสิ่งที่เขาโฟกัสในตอนนี้คือการที่นักเตะของเขารักษาฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจและคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้

สิงโตน้ำเงินครามเหลือเกมลงเล่นอีก 10 นัดในลีก โดยเกมแรกคือเกมในวันนี้ที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของคริสตัล พาเลซ และเรามีคะแนนนำอยู่บนจ่าฝูงถึง 10 คะแนน โชคชะตาอยู่ในมือของพวกเราแล้ว ในช่วงเวลานี้ของซีซั่น หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงข่าวคราวของซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ เรื่องของนักเตะย้ายเข้าย้ายออก แต่คอนเต้ต้องการให้เรื่องเหล่านั้นพักไว้ก่อน ค่อยมาพูดถึงมันอีกหลังได้ข้อสรุปในฤดูกาลนี้แล้ว

สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องพยายามที่จะคว้าแชมป์ลีก กุนซือชาวอิตาเลียนกล่าว

เมื่อฤดูกาลนี้จบลง ทั้งตัวผมและสโมสรจะร่วมกับพูดคุยในการพัฒนาทีมและตัวผู้เล่น”  “มันจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากแต่ตอนนี้ผมยังไม่เห็นปัญหาอะไรเกิดขึ้นเพราะว่าสโมสรแห่งนี้มีความทะเยอะทะยานที่สูง มันเกิดขึ้นในอดีตและกำลังจะเกิดขึ้นเช่นกันในอนาคต ผมมีความสุขมากที่ได้รับหน้าที่คุมสโมสรนี้

ตอนนี้ผมคิดว่าพวกเรากำลังทำผลงานได้ดีมาก นักเตะทุกคนลงเล่นให้ผม 120% และมันยอดเยี่ยมมาก แน่นอนว่าช่วงเวลาที่ต้องพูดถึงฤดูกาลหน้ามาถึง เราจะร่วมมือกันมองหาหนทางที่ถูกต้องในการพัฒนาทีมและเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมมากกว่าฤดูกาลนี้

มีรายงานจากสื่อเกิดขึ้นเกี่ยวกับข่าวคราวอนาคตของเอเด็น อาซาร์ ผู้ที่คอนเต้ได้เผยว่าจะพร้อมลงเล่นในเกมวันนี้หลังจากที่พลาดการลงสนามกับสโต๊คกับเกมทีมชาติจากอาการบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม เฮดโค้ขสิงโตน้ำเงินครามเชื่อว่าไม่มีเหตุผลใดสำหรับนักเตะเราที่ต้องการย้ายไปที่อื่น เพราะสโมสรนี้เป็นสโมสรที่มีความทะเยอะทะยายที่สูงส่งอยู่แล้ว

ผมคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้มันสำคัญเสมอที่จะเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเงินหรือมันเป็นเรื่องจริงคอนเต้กล่าว ในสถานการณ์นี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตัวนักเตะเอง เพราะถ้านักเตะมีความสุขและอยากจะอยู่ที่สโมสรที่ยอดเยี่ยมพร้อมความทะเยอทะยาน ผมไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาเกิดขึ้น                              ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญที่คุณจะรู้สึกว่าคุณอยู่ถูกสโมสร เมื่อคุณได้ก้าวมาเป็นนักเตะระดับท็อปคุณก็ต้องการที่จะชนะและคว้าแชมป์ทุกรายการ ผมคิดว่าตอนนี้เรากำลังร่วมมือกันสร้างบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญและนี่เป็นแค่การเริ่มต้นของพวกเรา เรากำลังวางรากฐานให้กับที่นี่ ถ้าเราสามารถที่จะคว้าแชมป์ลีกได้ในซีซั่นนี้แปลว่าเรากำลังจะทำในสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมาก

คอนเต้จะรับการมาเยือนของแซม อัลลาไดซ์ในเกมค่ำคืนนี้ที่เชลซีจะเปิดบ้านพบกับคริสตัล พาเลซ และกุนซือชาวอิคาเลียนเชื่อว่าประสบการณ์ที่เขาได้จากการคุมทีมปะทะกับทีมที่มีกุนซือชาวอังกฤษคุมนั้นเป็นประโยชน์สำหรับเขามาก

สนับสนุนโดย: Ballniyom เว็บไซต์ แทงบอลออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย

ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล vs เชลซี: กำเนิดคู่แค้นฟุตบอลแห่งศตวรรษที่ 21

ลิเวอร์พูล vs เชลซี: กำเนิดคู่แค้นฟุตบอลแห่งศตวรรษที่ 21

 

ฤดูใบไม้ร่วงปี 1987 ช่วงเวลาสบายๆ ของปี ลิเวอร์พูลต้องยกทีมไปเยือนสแตมฟอร์ดบริดจ์ และแสงแดดอุ่นสบายฉาบทาแถบ SW6 ของกรุงลอนดอน ณ จุดนี้ที่ไม่มีถ้วยแชมป์ให้แย่งชิง ไม่มีโควต้ายุโรปให้แข่งแย่งตั๋ว

แฟนฟุตบอลกว่า 30,000 คนเดินทางเข้าสนามมาตะโกนส่งเสียงเชียร์ทีมรักเป็นครั้งสุดท้ายก่อนปิดฤดูกาลไปสู่ช่วงฤดูร้อนที่ไม่มีฟุตบอลให้ดู  และเป็นเกมสุดท้ายของเอียน รัช ก่อนอำลาแอนฟิลด์ไปสู่                         ยูเวนตุส ก่อนเกม เคน เบทส์ ลงสนาม คว้าไมโครโฟนและกล่าวชื่นชนดาวยิงหนวดจิ๋มของหงส์แดงก่อนจะยื่นของที่ระลึกซึ่งก็คือก้านเซเลอรี่ 1 ชิ้น (ผักประจำทีมเชลซี) ให้เอียน รัช และอวยพรให้โชคดี แฟนฟุตบอลทั่วสนามต่างก็ปรบมือให้เบทส์และเป็นเกียรติให้รัช เกมค่ำวันนั้นจบลงแบบสมานฉันท์ด้วยการเสมอกัน 3-3 โดยรัชยิงประตูให้หงส์แดง และแฟนบอลต่างก็แยกย้ายกันไปอย่างสุขใจกันทั้งสองฝ่าย ย้อนไปหนึ่งปีก่อนหน้านี้ เคนนี่ ดัลกลิช วอลเลย์ประตูชัยในเกมเดียวกันนี้ ช่วยให้ลิเวอร์พูลเก็บ 3 แต้มและคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แฟนทีมเยือนที่อยู่ต่อหลังจบเกมต่างโห่ร้องฉลองแชมป์กันอย่างบ้าคลั่งระหว่างที่เจ้าบ้านเชลซี แม้จะแพ้แต่ก็น้ำใจดี เปิดเพลง “We Are The Champions” ของวงควีนส์ให้ทีมเยือนได้ร้องเพลงฉลองแชมป์จนสะใจ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การพบกันของทั้งเชลซีและลิเวอร์พูล ไม่ว่าจะเล่นบ้านใคร ก็ไม่เคยเป็นปัญหาหรือมีคำว่าอริหรือคู่แค้นมาเกี่ยวข้องให้ได้เห็น แต่นี่คือสองทีมเก่าแก่จากสองฟากฝั่งของเกาะอังกฤษที่ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองยามต้องลงสนามฟาดแข้งกันบนผืนหญ้า แม้จะมีร้องเพลงกัดแทะแคะค่อนแฟนหงส์แดงบ้างก็ยังนับว่าเป็นเกมฟุตบอลปกติธรรมดา

แม้ว่าหลังจากนั้นมาจะมีเหตุการณ์ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์จะทะเล้นเลยเถิดไปหันก้นล้อเลียนแกรม เลอ โซ จนมีจังหวะนอกเกมให้โดนเอฟเอลงโทษกันทั้งคู่ แต่ก็ไม่มีเหตุอะไรให้เกินเลยร้ายแรง

เมื่อถึงปี 2003 ที่ทีมชนะจะได้โควต้าแชมเปี้ยนส์ลีก ลิเวอร์พูลที่แม้จะแพ้เกมนั้นแต่แฟนหงส์แดงยังยืนปรบมืออำลา ส่งจิอันฟรังโก โซล่า เป็นครั้งสุดท้ายก่อนย้ายออกจากสแตมฟอร์ดบริดจ์ แฟนหงส์ยังชื่นชมดาวยิงเชลซีเจ้าของผลงานยอดเยี่ยมและสมควรได้รับการปรบมือชื่นชม

และหากจะพูดถึงเรื่องสงครามประสาทระหว่างทั้งสองทีม สิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดก็น่าจะเป็นเกมเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศเมื่อปี 1965 เมื่อ บิล แชงก์ลีย์ กุนซือเจ้าตำนานของหงส์แดง ใช้หมุดปักป้ายกระดาษที่ทำมาจากภาพของเทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ มิดฟิลด์ตำนานของเชลซีไว้บนผนังห้องแต่งตัวเพื่อเป็นการกระตุ้นลูกทีมให้เอาชนะเวนาเบิ้ลส์เพื่อผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศให้ได้  “ลงสนามไป” เดอะ แชงก์ สั่งลูกทีม “แล้วไปอัดไอ้พวกคนเมืองใต้ให้หมอบไปเลย!!” และก็นั่นแหละ….เท่านั้นเอง

สนับสนุนโดย: Bansoccer เว็บไซต์ บ้านผลบอล อันดับ 1 ของประเทศไทย